เมนูสุดท้ายที่พลาดไม่ได้เลยคือ "ลาบปลาซัคเกอร์" ครับ เมนูนี้จะดึงจุดเด่นของเนื้อปลาซัคเกอร์ที่มีความหนึบสู้ฟันคล้ายเนื้อสัตว์บกออกมาได้ดีที่สุด เมื่อคลุกเคล้ากับข้าวคั่วหอมๆ และสมุนไพรสด รสชาติจะนัวจนลืมไปเลยว่าเป็นปลาครับ 

เพื่อให้สนุกและทำง่าย เราจะเน้นไปที่การคั่วเนื้อปลาให้สุกพอดีและการปรุงรสให้จัดจ้านครับ

การเตรียมเนื้อปลา (สูตรลาบนัว) 

- การแกะเนื้อ: ลอกเกราะปลาออกตามวิธีเดิม (ลวกน้ำร้อนแล้วเลาะ) 

- การสับ: นำเนื้อปลามา สับหยาบๆ (ไม่ต้องละเอียดมากเพื่อให้ได้เคี้ยว) หรือจะหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าเล็กๆ ก็สนุกไปอีกแบบครับ 

- ดับคาว: คลุกเนื้อปลากับน้ำมะนาวสัก 1 ซีก ทิ้งไว้ 1 นาทีแล้วบีบน้ำออก จะช่วยให้เนื้อปลาขาวใสน่าทานและลดกลิ่นคาวได้ชะงัด

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม 

- เนื้อปลาซัคเกอร์สับ (300 กรัม) 

- ข้าวคั่ว (2 ช้อนโต๊ะ - เน้นคั่วใหม่ๆ จะหอมมาก) 

- พริกป่น (ตามชอบ) 

- น้ำปลา และ น้ำมะนาว 

- ผักสมุนไพร: หอมแดงซอย, ต้นหอมผักชีซอย, ใบสะระแหน่, และข่าสับละเอียดเล็กน้อย (เคล็ดลับความนัวแบบลาบปลา)

ขั้นตอนการทำ (Step-by-Step) 

1. คั่วปลาให้สุก: ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง ใส่น้ำเปล่าเล็กน้อย (ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ) นำเนื้อปลาลงไปรวนหรือคั่วจนสุกขาว (เคล็ดลับ: คั่วจนน้ำเริ่มงวด เนื้อปลาจะมีความเด้งหนึบ) 

2. พักให้คลายร้อน: ตักเนื้อปลาใส่ชามผสม พักไว้สักครู่ (อย่าปรุงตอนร้อนจัดเพราะผักจะสลดและมะนาวจะขมครับ) 

3. ปรุงรส: ใส่พริกป่น น้ำปลา และน้ำมะนาวลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสให้เปรี้ยวเค็มนำตามด้วยเผ็ด 

4. ใส่เครื่องเทศ: ใส่ข้าวคั่วและข่าสับละเอียดลงไป ข้าวคั่วจะดูดซับน้ำลาบทำให้เข้มข้นขึ้น 

5. เพิ่มความสดชื่น: ใส่หอมแดง ต้นหอม และผักชีซอย คลุกเคล้าเบาๆ ให้ทั่ว 

6. จัดจาน: โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่และพริกแห้งทอดเพื่อความสวยงาม

เคล็ดลับเพิ่มความสนุก 

เสียงข้าวคั่ว: ถ้ามีเวลา ลองโขลกข้าวคั่วเองดูครับ เสียงครกและกลิ่นหอมของข้าวคั่วใหม่ๆ จะทำให้บรรยากาศการทำอาหารสนุกขึ้นมาก 

เครื่องเคียง: เตรียมผักสดแช่เย็นเจี๊ยบ เช่น กะหล่ำปลี แตงกวา หรือถั่วฝักยาว มาทานคู่กัน จะฟินสุดๆ ครับ