เมนูสุดท้ายที่พลาดไม่ได้สำหรับสายแซ่บคือ "ปลาซัคเกอร์ผัดฉ่า" ครับ เมนูนี้ดึงความ "หนึบ" ของเนื้อปลาซัคเกอร์ออกมาได้ดีที่สุด เพราะเนื้อที่แน่นจะไม่เละไปกับน้ำซอสผัดฉ่าที่เข้มข้น และสมุนไพรเยอะๆ จะช่วยชูรสชาติให้จัดจ้านถึงใจครับ
ความสนุกของเมนูนี้อยู่ที่การผัดด้วยไฟแรงให้สมุนไพรส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วครัวครับ!
การเตรียมเนื้อปลา (สูตรผัดฉ่าเนื้อเด้ง)
- การแกะเนื้อ: ลอกเกราะปลาออก (ลวกน้ำร้อนแล้วเลาะ) หั่นเนื้อเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 ซม. (ถ้าหั่นบางไปจะเสียรสสัมผัสความหนึบครับ)
- เทคนิคพิเศษ: นำเนื้อปลาไปรวนในกระทะเปล่าๆ (ไม่ต้องใส่น้ำมัน) ให้พอตึงตัวก่อนนำไปผัด วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อปลาไม่คาวและเซตตัวสวยเวลาผัดฉ่าครับ
วัตถุดิบที่ต้องเตรียม
- เนื้อปลาซัคเกอร์: 300 - 400 กรัม
- เครื่องผัดฉ่า (ตำหยาบ): พริกขี้หนูสวน (10-15 เม็ด), กระเทียม (5-6 กลีบ)
- สมุนไพรเพิ่มความฉ่า: กระชายซอยละเอียด, พริกไทยอ่อน (เป็นช่อๆ), ใบมะกรูดฉีก, พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ
- ตัวเอกตอนจบ: ใบกะเพรา หรือ ใบโหระพา (ตามชอบ)
- เครื่องปรุง: น้ำปลา, ซอสหอยนางรม, น้ำตาลทราย (เล็กน้อยตัดรส)
ขั้นตอนการทำ (Step-by-Step)
1. ผัดเครื่องให้หอม: ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอประมาณ ใช้ไฟกลางค่อนไปทางแรง ใส่พริกกับกระเทียมที่ตำไว้ลงไปผัดจนเหลืองหอม (ขั้นตอนนี้ต้องเตรียมจามได้เลยครับ!)
2. ลงเนื้อปลา: ใส่เนื้อปลาซัคเกอร์ลงไปผัดคลุกเคล้ากับเครื่องพริกกระเทียมเบาๆ
3. ใส่สมุนไพรชุดแรก: ใส่กระชายซอยและพริกไทยอ่อนลงไปผัด น้ำจากสมุนไพรจะเริ่มออกมาผสมกับเครื่องแกง
4. ปรุงรสจัดจ้าน: ใส่ซอสหอยนางรม น้ำปลา และน้ำตาลทรายปลายช้อน เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยให้พอมีน้ำขลุกขลิกซึมเข้าเนื้อปลา
5. เร่งไฟให้ฉ่า: เร่งไฟแรงขึ้น ใส่พริกชี้ฟ้าแดงและใบมะกรูดฉีก ผัดไวๆ ให้สีสันกระจายทั่วกระทะ
6. ปิดท้าย: ใส่ใบกะเพราหรือใบโหระพาลงไป คนให้โดนความร้อนจนยุบตัวแล้ว ปิดไฟทันที เพื่อให้ผักยังสีเขียวสดและมีกลิ่นหอมครับ
เคล็ดลับเพิ่มความสนุก
ความเร็วคือหัวใจ: ผัดฉ่าต้องใช้ไฟแรงและทำไวๆ (Stir-fry) ความสนุกคือการคุมจังหวะการสะบัดกระทะให้เข้ากันครับ
สีสันบนจาน: ลองจัดวางพริกไทยอ่อนไว้ด้านบนสุดคู่กับใบกะเพราทอดกรอบ (ถ้ามีเวลาทำ) จะทำให้จานนี้ดูเหมือนออกมาจากร้านอาหารป่าระดับมือโปรเลยครับ

0 ความคิดเห็น