เมนู "มะเขือเทศผัดกะปิ" เป็นเมนูที่หลายคนอาจไม่คุ้นหู แต่บอกเลยว่าถ้าได้ลองแล้วจะติดใจครับ เพราะความเปรี้ยวอมหวานของมะเขือเทศจะไปตัดกับความเค็มหอมนัวของกะปิได้อย่างลงตัวสุดๆ ให้รสชาติคล้ายๆ น้ำพริกกะปิแบบผัดสุกที่กินง่ายและเจริญอาหารมากครับ 

นี่คือสูตรฉบับมือใหม่ที่ทำสนุกและเสร็จไวครับ

เตรียมวัตถุดิบ 

1. มะเขือเทศ: 5-6 ลูก (ใช้มะเขือเทศท้อหรือมะเขือเทศราชินีก็ได้ หั่นชิ้นตามชอบ) 

2. กะปิอย่างดี: 1 ช้อนโต๊ะ (กะปิหอมๆ จะทำให้จานนี้ชนะเลิศครับ) 

3. หมูสับ หรือ กุ้งแห้ง: 100 กรัม (ใส่เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสและคาวนัว) 

4. พริกขี้หนู: 5-10 เม็ด (ตำพอหยาบ) 

5. กระเทียม: 3-4 กลีบ (สับละเอียด) 

6. น้ำตาลปี๊บ: 1/2 ช้อนโต๊ะ (ช่วยให้รสชาติกลมกล่อมไม่เค็มโดด) 

7. น้ำมะนาว: เล็กน้อย (ใส่ตอนท้ายเพื่อดึงรสเปรี้ยวถ้ามะเขือเทศไม่เปรี้ยวพอ) 

8. น้ำมันพืช: สำหรับผัด

ขั้นตอนการทำ (Step-by-Step) 

1. ผัดเครื่องให้หอมฉุย 

ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพอร้อน นำ กระเทียมสับ และ พริกขี้หนู ลงไปผัดจนกลิ่นเริ่มเตะจมูก จากนั้นใส่ กะปิ ลงไปผัดบี้กับน้ำมันจนละลายและส่งกลิ่นหอมฟุ้ง (ระวังอย่าใช้ไฟแรงเกินไปจนกะปิไหม้นะครับ) 

2. ใส่โปรตีนลงไปนัว 

ใส่ หมูสับหรือกุ้งแห้ง ลงไปผัดกับกะปิ คลุกเคล้าให้กะปิเคลือบเนื้อสัตว์จนทั่วและสุกดี ขั้นตอนนี้กลิ่นจะเริ่มเหมือนน้ำพริกผัดที่น่ากินมากๆ ครับ 

3. มะเขือเทศลงสนาม 

ใส่ มะเขือเทศ ที่หั่นไว้ลงไป ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใช้ตะหลิวกดๆ มะเขือเทศบ้างเพื่อให้ความหวานและน้ำของมะเขือเทศออกมาผสมกับกะปิ 

4. ปรุงรสกลมกล่อม 

ใส่ น้ำตาลปี๊บ ลงไปผัดให้ละลาย ชิมรสดูครับ ตัวกะปิจะมีความเค็มอยู่แล้ว เราแค่เติมน้ำตาลตัดรสให้ "เค็ม-เปรี้ยว-หวาน" สมดุลกัน ถ้ามะเขือเทศนิ่มจนเป็นซอสขลุกขลิกแล้วถือว่าใช้ได้ครับ 

5. จัดเสิร์ฟ 

ปิดไฟ ถ้าชอบเปรี้ยวแหลมอีกนิดให้บีบ มะนาว ลงไปหน่อย โรยหน้าด้วยพริกน้ำปลาหรือผักชีตามชอบ ตักใส่จานทานคู่กับผักสดและข้าวสวยร้อนๆ ครับ

ทริคเพิ่มความสนุก 

เปลี่ยน Texture: ถ้าชอบแบบมีเนื้อขลุกขลิกให้ผัดนานหน่อยจนมะเขือเทศเละ แต่ถ้าชอบแบบเห็นชิ้นมะเขือเทศสวยๆ ให้รีบผัดรีบเอาขึ้นครับ 

เครื่องเคียง: เมนูนี้เข้ากันได้ดีมากกับ ไข่เจียวฟูๆ หรือ ปลาทูทอด ครับ เป็นมื้อเย็นที่ทำง่ายแต่ดูมีสีสันสุดๆ