เมนูนี้คือความสนุกขั้นสุดของการฟิวชั่นครับ "ลาบกิมจิ" หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า "Spicy Kimchi Salad Thai Style" (หรือ Kimchi Larb) เป็นการดึงเอาความเปรี้ยวกรอบของกิมจิ มาปะทะกับความหอมคั่วของข้าวคั่วและสมุนไพรไทย รสชาติจะมีความนัวสไตล์เกาหลีแต่แซ่บซี้ดแบบไทยแท้ครับ
ไปดูวิธีทำที่ง่ายจนมือใหม่ต้องร้องว้าวกันเลย!
วัตถุดิบที่ต้องเตรียม (สำหรับ 1-2 ที่)
1. กิมจิ: 1 ถ้วย (หั่นชิ้นพอดีคำ และบีบน้ำออกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ลาบแฉะ)
2. หมูสับ หรือ ไก่สับ: 150 กรัม (รวนให้สุกเตรียมไว้)
3. ข้าวคั่ว: 1-2 ช้อนโต๊ะ (หัวใจสำคัญที่ทำให้เป็นลาบ)
4. พริกป่น: ตามชอบ (แนะนำพริกป่นคั่วเองจะหอมมาก)
5. หอมแดงซอย: 3-4 หัว
6. ผักชีฝรั่ง และ ต้นหอมซอย: อย่างละ 1 ต้น
7. ใบสะระแหน่: สำหรับโรยหน้า
8. เครื่องปรุง: น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ (ระวังกิมจิเค็มอยู่แล้ว), น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทรายปลายช้อน
ขั้นตอนการทำ (Step-by-Step)
1. รวนเนื้อสัตว์ให้สนุก: ตั้งกระทะใส่น้ำเล็กน้อย นำหมูสับลงไปรวนจนสุกขาว ยีให้เนื้อกระจายตัว ไม่เป็นก้อน จากนั้นตักใส่ชามผสมใบใหญ่พักไว้ให้พออุ่น (อย่าผสมตอนร้อนจัดเพราะจะทำให้ผักสลดครับ)
2. ใส่กิมจิเพิ่มความนัว: ใส่กิมจิที่หั่นและบีบน้ำแล้วลงไปคลุกกับหมูสับ เนื้อกิมจิจะเข้าไปช่วยเพิ่มสัมผัสที่กรุบกรอบในตัวลาบ
3. ปรุงรสแซ่บ: ใส่พริกป่น น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลทรายลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสให้ได้ 3 รส เปรี้ยว เค็ม เผ็ด โดยมีความเปรี้ยวจากกิมจิช่วยหนุนอยู่เบื้องหลัง
4. เติมกลิ่นอายไทย: ใส่หอมแดงซอย ผักชีฝรั่ง และต้นหอมลงไป คลุกเบาๆ ให้กลิ่นสมุนไพรเริ่มทำงาน
5. ปิดท้ายด้วยความหอมคั่ว: ใส่ "ข้าวคั่ว" ลงไปเป็นลำดับสุดท้าย คลุกให้ทั่ว ข้าวคั่วจะดูดซับน้ำยำและซอสกิมจิบางส่วน ทำให้ลาบดูแห้งสวยและมีกลิ่นหอมฟุ้ง
6. พร้อมจัดจาน: ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ เสิร์ฟพร้อมผักสดอย่างแตงกวา ถั่วฝักยาว หรือกินคู่กับสาหร่ายแผ่นสไตล์เกาหลีก็สนุกไปอีกแบบครับ
Tips สำหรับมือใหม่
ข้าวคั่วต้องใหม่: ถ้าข้าวคั่วเพิ่งคั่วใหม่ๆ จะทำให้ลาบกิมจิของคุณหอมขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยครับ
ความเปรี้ยวที่ลงตัว: เนื่องจากกิมจิมีความเปรี้ยวอยู่แล้ว ตอนใส่มะนาวให้ค่อยๆ ใส่แล้วชิมดูนะครับ จะได้ไม่เปรี้ยวจี๊ดจนเกินไป
กิมจิเย็นๆ: ถ้าใช้กิมจิที่เพิ่งเอาออกมาจากตู้เย็นมาผสมกับหมูสับอุ่นๆ จะได้ลาบที่มีอุณหภูมิกำลังดี กินแล้วสดชื่นมากครับ

0 ความคิดเห็น